ผู้คนและสัมภาระส่วนตัว จุดหมายคงต่างกันที่กลับบ้านหรือกลับบ้าน(นอก)

ไม่ใช่สาระสำคัญนัก เพราะมันก็เป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยมาและเรื่อยไปในวิถีของคน

ที่ต้องเดินตามความต้องการหรือหน้าที่ที่หมายไว้

                 รถไฟสายหนึ่งที่อัดแน่นไปด้วยความหวังและความดีใจที่จะกลับไปพบเจอ

หน้าญาติพี่น้อง บ้างมีญาติมารอรับ ซึ่งดูแล้วอบอุ่นไม่น้อย และอีกกลุ่มนึงคงนั่งทบทวน

เรื่องราวที่เพิ่งผ่านบ้านเกิดเมืองนอนมาโดยไม่มีโอกาสได้ลงไปเยื่ยมเยือน สาเหตุด้วยติดงาน

ผมก็กำลังทบทวนอยู่เช่นกัน ทว่าไม่ใช่เรื่องงานที่พรากกัน ว่าด้วยเรื่องเที่ยวระหว่างเพื่อน

                 "นั่งด้วยได้รึเปล่าพี่ชาย" ชายแปลกหน้าพูดแล้วยิ้มให้ตอนผมเหม่อ

                 ผมไม่ได้ตอบอะไร แต่เพียงยิ้มออกไป (น่าจะรู้กัน)

ร่างสูงใหญ่ของเขาไม่น่าจะเรียกผมว่าพี่เลย แต่โอเคร, คงด้วยมารยาทนั่นแหละ

บทสนทนาก็เริ่มขึ้นทันทีหลังจากเขาทิ้งตัวลงนั่ง เราคุยกันเรื่องทั่วไป จะเน้นอีกทีก็เรื่องชีวิตประจำตัว

                 จริงๆแล้ว เขาแก่กว่าผม3ปี ถ้าไม่นับเดือน อายุกับบทสนทนาไม่น่าจะเกี่ยวโยงจนไขว้เขว

(เพราะด้วยอายุที่ห่างกันและมาจากที่ที่ต่างกัน ผู้คนที่พบผ่านก็มากมาย ความคิดอ่านจึงแบ่งปันกันได้

ถ้าตั้งใจจะรับฟังหรือแลกแปลี่ยน) เขาเป็นช่างภาพสมัครเล่นที่ชอบถ่ายเล่นไม่มีสังกัด และไม่มีงานทำ

แต่จะได้รับ Job คือ ถ่ายรับปริญญาหรือแต่งงานบ้าง ได้เงินนิดหน่อยแต่สนุกดี__เขาว่า

ดีนะ ที่เรายังพอใจในความตั้งมั่นของเราอยู่คือไม่ได้ทำเพื่ออะไรบางสิ่ง แต่เลือกที่จะทิ้งทุกสิ่งต่างหาก

พูดง่ายๆก็คือ รักการถ่ายรูปไปแล้วอย่างลงรากลึก ขอตายไปกับมันเลยดีกว่า

                 ไม่รู้ว่ารถไฟเชื่องช้าลงหรือเพราะอารมณ์เหม่อลอยและคล้อยตามไปกับเขาที่ฉุดไว้

คำพูดของเขาทุกคำดูน่าฟังและต่อเนื่องดี บางขณะที่เราเงียบไป แต่เขายังพูดอยู่

"ปูทางไว้เองแล้ว เดินเองและก็ยังหวังอยู่ว่าวันนึงเมื่อสุดทางแล้วจะไปเก็บมันด้วยตัวเอง"

                 ตรงกันข้ามกับบางคนที่ยังถกเถียงกับสรรพเสียงในความขัดแย้งทางความคิดของตัวเองอยู่

แล้วเมื่อไหร่มันจะบรรลุ สรุปเอาเองไปเลย ไม่ต้องไปเชื่อคนอื่น พาตัวเองไปในสิ่งดีและคาดหวัง

คนเรามีข้อควรจำกัดกันทุกคน คือ รู้ดี รู้ชั่ว รู้ชอบ รู้ผิด รู้ถูก ทำอะไรอยู่ก็รู้กันทุุกคนนั่นแหละ

                  "ถ้าวันนี้ไม่รู้ พรุ่งนี้ก็ต้องรู้มากกว่าเมื่อวาน" ผมเห็นด้วยกับเขา

ในสัดส่วนทางเดินของชีวิตมักมีรูปรอยเช่นนี้ซะส่วนใหญ่ คือ "พรุ่งนี้ต้องดีกว่า"

                 ดอกไม้ข้างทางดูสวยทุกครั้งเวลาโดยลมพัดให้เอนเอียง

สวยจนขนาดที่มิตรแปลกหน้าของผมอดไม่ได้ที่จะถ่ายมันไว้ และก็ถือเป็นการบอกลา

 

              ,นี่เป็นการจากลาที่น่าประทับใจและคุ้มค่าที่สุด

Comment

Comment:

Tweet

ได้มุมมองใหม่ๆมากขึ้น เป็นสิ่งที่ดีนะคะ ^^

#7 By finfish on 2010-05-17 23:03

ผมไม่เคยนั่งรถไฟเลยนะ มิ้วๆ

#6 By วิหคสีคราม on 2010-05-17 22:24

เป็นบทสนทนาที่ อบอุ่น และ ใกล้ชิดดีนะครับ

confused smile confused smile confused smile
คุยกับคนแปลกหน้าบางทีก็สบายใจ
.

#4 By リン★ on 2010-05-17 21:52

แตกต่างแต่ไม่แตกแยก ^^

#3 By ~ คุณใบเตย ~ on 2010-05-17 21:52

ความคิดเห็นที่แตกต่าง ทำให้เราได้มุมมองที่ใหม่ขึ้น big smile

#2 By !@Leaderdevil-demon@! on 2010-05-17 21:48

คนแปลกหน้า บางครั้งก็สอนอะไรเราได้เสมอ

#1 By ซ้อซี on 2010-05-17 21:47