ธรรมเนียม(ใคร)ปฏิบัติ

posted on 08 May 2010 21:48 by 130491

ในความสงบ อาจมีเสียงดัง

ในการฟัง อาจมีความไม่เข้าใจ

ในความใกล้ อาจมีช่วงห่าง

และในความเป็นต่าง อาจมีปัญหา.

 

บทความข้างต้นอาจจะเกี่ยวเนื่องกับทรรศนะของผมบ้าง

             " ในบ้านก็มีกันอยู่ไม่กี่คน ทำไมถึงหลอมใจหนึ่งเดียวไม่ได้ " ด้วยความฉงนของผม

             อาจไม่เกี่ยวกับเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองอะไรอย่างนั้น

แต่ด้วยบ้านที่มีความต่างทางสีเสื้อหลังนี้ ทำให้ข้ามขั้นของระบอบครอบครัวธิปไตย

ไม่ได้ต้องการให้มาผสมจนเป็นสีเดียวกัน เพียงน่าจะอยู่แบบเดิมๆ เช่นทุกวัน

             จอห์น บุรุษหนุ่มเพื่อนซี้ของผม (แต่เขาอ่อนกว่าผม) ยังคงนั่งงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านตัวเอง

เรานั่งคุยกันแกล้มเบียร์ที่บ้านของจอห์น บ้านดูใหญ่โต มีฐานะ ติดที่ข้อเสียในเรื่องบางเรื่อง

จอห์นปรับทุกข์กับผม ซึ่งผมเองไม่มีความสามารถด้านปลอบร้อนให้เป็นเย็นเอาซะเลย

คำพูดของเขาบางคำพูดให้ความผิดกับนักการเมืองหน้าเหลี่ยม

             คงน้อยใจมากกว่า น้อยใจที่คนในครอบครัวไม่สนใจในคำว่า "ครอบครัว" เลย

เอาแต่สนใจในความเคลื่อนไหวของการเมืองมากจนล้นออกไปถึงใจจอห์น

             " กูอยากหนีออกจากบ้านเว้ยพี่ " เขาพูดหลังกระดกหมดแก้ว

ด้วยความเมาหรือออกมาจากใจก็ไม่รู้ ผมอึ้งพร้อมนิ่งเงียบ ด้วยอารามที่พูดอะไรไม่ออก

ผมพยามบอกเหตุผลที่พอจะเป็นไปได้ในโลกของความคิด ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันอาจไม่ได้แย่ถึงขั้นนั้น

ไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำแบบนั้น เดี๋ยวมันก็ดีเอง (ผมให้ความหวังเขาเบาๆ)

             ในความไม่เข้าใจถึงในด้านใดก็ตาม มักมีข้อจำกัดความอยู่เสมอ เหตุการณ์นี้ก็เช่นกัน

หาใช่ภาระหรือหน้าที่จำเป็นขนาดนั้นเลย ที่จะละทิ้งความเป็นพ่อไปอยู่ในแนวร่วมต่อต้าน

วินาทีที่จะตัดสินใจในบางเรื่องความคิดของตน น้อยคนนักที่หันกลับมามองครอบครัว

เพราะต่างคิดว่าความคิดของใครของมัน เราไม่ได้คิดแทนคนอื่นจนเดือดร้อน__คิดกันไปว่าไม่ผิด

นั้นก็อาจจะจริง__แต่กับสถาบันครอบครัวแล้วไม่ใช่อย่างสิ้นเชิง "โปรดคิดแทนคนข้างหลังบ้าง"

เปล่า__ไม่ได้สอนสั่งให้เชื่ออย่างที่ผมพูด แต่กับทรรศนะและสันดารของผมบอกแบบนี้

             บทสนทนาเริ่มเอื่อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์  คนเราถ้าอยู่ในความมึนเมาของสติได้ คงดี

และจะให้ดีเข้าไปอีก ต้องเปิดรับสิ่งต่างๆ เข้ามาบ้าง อย่าหยุดคิดแค่เรื่องเดียว..จนพร่ำเพ้อ

             " พี่รอก่อนนะ เดี๋ยวผมไปซื้อเบียร์ " เขาพูดทั้งร่างกายที่โอนเอียง

             " พอแล้ว " ผมหยุดประเด็นไว้แค่นี้

             หลังจากนี้ใช้สติที่เรามีและความรักที่เข้าใจกันแก้ไขบ้างจะดีกว่า

อย่าเมามายเพียงเพื่อพบกับความประชัดประชันในสมองที่ต่อต้านกับความน้อยใจตลอดเวลาเลย

              ผมขอตัวกลับทั้งๆที่เจ้าของบ้านนอนไร้สติอยู่ข้างหน้าผม

              น่าจะดีกว่านี้หากเรามองเห็นวันคืนสดใสที่ผ่านมา  เป็นวันสำคัญ

              ภาพครอบครัวของจอห์นที่ถ่ายร่วมกันวันนั้น ยังยิ้มอยู่

      , แล้วใยวันนี้มีเพียงน้ำตา.

Comment

Comment:

Tweet